“อุ้ม ลักขณา” จบที่ใบหย่า ไม่คืนดีอดีตสามี ลั่นทุกอย่างอยู่ที่การกระทำ

0 0
Read Time:10 Minute, 33 Second

“อุ้ม ลักขณา” รับเลิกสามี “บอล กฤษณะ” ปิดฉากชีวิตคู่ เปลี่ยนรอยสักใหม่

“อุ้ม ลักขณา” น้ำตาร่วงชีวิตรักพัง เล่าย้อนเคยกราบเท้า “บอล” ขอบคุณเป็นสามีที่ดี

มูฟออนแล้ว สำหรับดาราสาวซิงเกิลมัมสุดแกร่ง “อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ” ที่ตัดสินใจหย่าขาดอดีตสามีนักธุรกิจ “บอล-กฤษณะ อมิตรสูญ” ขนของจากเชียงใหม่กลับมาอยู่กรุงเทพฯเหมือนเดิมแล้ว

โดยวันนี้ (12 ต.ค.66) “อุ้ม ลักขณา” ได้เปิดใจหลังกลับมาโสด พร้อมตอบชัดเจนว่ามีโอกาสกลับไปคืนดีกันไหม เพราะฝ่ายชายโพสต์โซเชียลคล้ายง้อ เจ้าตัวก็เคลียร์ทุกประเด็นมาว่า

“บอล กฤษณะ” สามี “อุ้ม ลักขณา” เคลื่อนไหว ยอมรับผิดทรยศเมียและครอบครัว

อัปเดตชีวิตตอนนี้ กลับมาโสด?

“ตอนนี้ก็กลับสู่เมืองกรุงค่ะ มาอยู่เป็นสาวกรุงเทพฯ เหมือนเดิม เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูก คัมแบคกลับมาทำงาน”

ขนเสื้อผ้ากลับมาแล้ว?

“ขนรถ 6 ล้อกลับมา ก็เสื้อผ้า ของใช้ที่เป็นของเรากับลูก แต่ก็มีบางอย่างที่เอาไว้ที่เชียงใหม่ เผื่อปิดเทอมลูกกลับไปเที่ยวบ้าง”

ตัดสินใจนานไหม กลับมาตั้งต้นใหม่?

“นานค่ะ ทุกอย่างใช้เวลา ไม่ใช้แค่อารมณ์ในการตัดสินใจ ต้องใช้สติและคิดไตร่ตรองให้ดี เพราะมันเป็นเรื่องของที่ว่าไม่ใช่อนาคตอุ้มคนเดียว มันคืออนาคตของลูกด้วย อย่างที่บอกว่าไม่มีใครอยากให้ลูกไม่อยู่ครบพร้อมหน้าครอบครัว สุดท้ายมันก็ถึงทางที่เราทั้งสองคนตัดสินใจร่วมกันแล้ว”

ก่อนหน้านี้คุย ได้ปรับกันมากน้อยแค่ไหน ก่อนตัดสินใจแบบนี้?

“ก็ 3 เดือนกว่าที่ได้พยายามทุกอย่างแล้วค่ะ ที่จะให้มันออกมาสวยงามที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของเราสองคน ที่มันจะไม่ท็อกซิกใส่กัน ไม่โกรธ ไม่เกลียดกัน สามารถทำหน้าที่ของการเป็นพ่อแม่ได้เพื่อลูก ส่วนปัญหาในการตัดสินใจคิดว่าไม่น่าจะต้องพูดถึงแล้วค่ะ เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะพอรับทราบเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นแล้ว เหตุผลที่ตัดสินใจก็อย่างที่พูดไปเยอะแล้วเหมือนกันในรายการ สุดท้ายแล้วมันคือเรื่องของคนสองคนที่คิดไปคนละทาง เลือกคนละทาง แล้วก็หาจุดจบว่าจะเป็นยังไง สุดท้ายจุดจบมันก็คือการที่เรามาทำหน้าที่ของพ่อกับแม่ให้ดีที่สุดเพื่อลูกดีกว่า”

เหตุผลที่เรายอมรับไม่ได้เลย หนักหนาที่สุดสำหรับเรา?

“อุ้มว่ามันก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง สำหรับหัวอกคนเป็นเมียหัวอกคนเป็นแม่ที่จะรับไม่ได้ (มีหลายครั้ง?) เราคงไม่ต้องลงดีเทลขนาดนั้นว่าจะมีกี่ครั้ง แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมันยาก”

ก่อนตัดสินใจเรารับรู้ปัญหาและทบทวนก่อนแล้ว?

“ใช่ค่ะ เราตั้งสติก่อน อันดับแรกพอรับรู้เราก็มีการคุยกัน เรากลับมาอยู่บ้าน กลับมาอยู่ในที่เซฟโซนของเราก่อน พอเราสองคนสงบในเรื่องของอารมณ์ทั้งคู่ เราก็มาใช้เหตุผลคุยกันว่าเหตุที่เกิดขึ้นเพราะอะไร การแก้ไขคือยังไง ทางออกคืออะไร สุดท้ายมันก็จบตรงที่เราสองคนจดทะเบียนหย่ากันเรียบร้อย”

ทุกครั้งที่เกิดปัญหา เราหันไปพึ่งใคร เพราะเราเองก็ไปอยู่ที่เชียงใหม่?

“แทบทุกครั้งเวลาที่มีปัญหาอุ้มก็ไม่มีใครเลย เพราะว่ามีแค่เขาอยู่แล้ว เราไม่ได้มีเพื่อนหรือสังคมที่โน่น แต่อุ้มจะคุยกับพ่อแม่ตลอดทุกเรื่อง พอมีเรื่องอะไร คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว น้องชาย โชคดีที่ตอนนั้นมีปัญหาน้องชายอยู่ด้วย อย่างน้อยเราก็มีน้องชายที่เป็นคนในครอบครัวเราตรงนั้นค่ะ”

ช่วงก่อนจะตัดสินใจ เขาขอโอกาสในการแก้ตัวไหม?

“ขอโอกาสไหมเหรอคะ อืม…มันไม่ได้มีการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราสัมผัสได้ ว่ามันคือการขอโอกาสแก้ตัว มันเป็นเพียงแค่คำพูดเฉยๆ (แสดงว่ามันไม่จริงใจ?) ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการกระทำไหมคะ เหตุที่มันเกิดก็คือการกระทำ เพราะฉะนั้นการแก้ไขมันก็ต้องเป็นการกระทำ ทุกอย่างเราดูที่การกระทำ (เขายอมรับความผิดไหม ตอนที่คุยกัน?) ก็ยอมรับค่ะ”

เขาโพสต์ว่าอยากซ่อมบ้าน คนก็ตีความว่าเหมือนจะง้อเรา?

“ไม่ใช่ค่ะ คือเขาก็ลงโซเชียลของเขาเอง แต่เขาไม่ได้มาพูดอะไรกับอุ้ม คือเราไม่ได้ฟอลฯ กันและกันค่ะ อุ้มก็ไม่ได้ทราบว่าตัวเขาจะโพสต์อะไรเมื่อไหร่ ยังไง แล้วอุ้มก็ไม่ได้ติดตามกัน”

ตอนย้ายกลับมากรุงเทพฯ เขาได้ติดต่อมาบ้างไหม?

“คุยกันเรื่องลูกค่ะ ทุกอย่างก็คือคุยเรื่องลูกอย่างเดียว เพราะว่าเขาก็เป็นคนดูแลน้องดิสนีย์ ตามสัญญาที่เราตกลงกัน”

ง้อว่าให้กลับมาเถอะบ้างไหม?

“คุยกันแต่เรื่องลูกค่ะ”

วันนี้เราเห็นว่าเขาอยากซ่อมบ้าน เรารู้สึกยังไง?

“อย่างที่อุ้มบอกค่ะ บ้านใหม่ Only (หัวเราะ) โน รีโนเวทค่ะ รีโนเวทมันก็มีรอยร้าว รอยร้าวนั่นจะให้ทำยังไงอะคะ ยาแนวเราเห็นอยู่ดี ทุบบ้านทำบ้านใหม่ เราก็ยังอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นเราก็บ้านใหม่ Only ค่ะ (หัวเราะ)”

พอเห็นเขาโพสต์แบบนั้นแต่ไม่ได้มาบอกเรา เรารู้สึกยังไ?

“อย่างที่อุ้มบอกค่ะ ทุกอย่างต้องดูที่การกระทำ ระหว่างทางก่อนที่เราจะย้ายกลับมา มันมีเรื่องของการกระทำ เราดูที่การกระทำอย่างเดียว คำพูดใครๆ ก็พูดได้ เขาพูดได้ทุกอย่าง ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการกระทำ เพราะฉะนั้นเราเชื่อการกระทำมากกว่า ณ วันนี้วันที่เราได้มูฟออกมากแล้ว เราก็ดูที่การกระทำเหมือนกัน”

อะไรที่ทำให้เราคิดว่าจะไม่กลับไปหาผู้ชายคนนี้แล้ว?

“ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ เราต้องรักตัวเองค่ะ เราต้องเห็นคุณค่าของตัวเอง เพราะอุ้มรู้สึกว่าอุ้มอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีที่สุด อาจจะไม่ได้เพอร์เฟกต์ไปทุกเรื่อง แต่เรื่องความรักความซื่อสัตย์ ความใส่ใจ การเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง อุ้มถือว่าอุ้มได้มอบให้กับเขาไปหมดแล้ว หมดทั้งหัวใจจริงๆ หมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่เราไม่ได้อยู่กับครอบครัวเรา ทิ้งครอบครัว ทิ้งงานในวงการ พี่ๆ สื่อก็ไม่เคยเจออุ้มเลยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราทิ้งแล้วก็ฝากทุกอย่างไว้กับเขาจริงๆ แต่ในเมื่อเขาไม่ได้เห็นคุณค่า และมันได้ทำลายลงไปแล้ว จบไปแล้ว เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือเราต้องเป็นพ่อและแม่ที่ดีให้ลูกแค่นั้นเอง”

สภาพจิตใจตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?

“เอาจริงๆ มันก็ดีขึ้นนะคะ เพราะว่าอุ้มมียาใจก็คือน้องดิสนีย์ แล้วเขาเป็นเด็กที่ซัพพอร์ตเราตลอดทุกเรื่องทุกอย่างอุ้มเลี้ยงดิสนีย์มาด้วยมือของอุ้มเองด้วยน้ำพักน้ำแรงด้วยใจของอุ้มจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาอยู่กับเราเสมอเลยกำลังเรามีกำลังใจในทุกๆ ที่จะใช้ชีวิตต่อไป เพียงแต่ว่า ณ วันนี้สถานะภาพของเราสองคนไม่เหมือนกันเดิมแล้ว ดิสนีย์ก็เข้าใจนะคะ”

อธิบายน้องว่ายังไง?

“ตอนแรกบอกว่าบ้านพัง (ยิ้ม) เขาก็ถามทำไมต้องย้ายบ้านทำไมต้องมาเรียนที่กรุงเทพฯ เพราะเมื่อก่อนเวลามากรุงเทพฯคือมาเที่ยวหาอากง อาม่า แต่บ้านเขาเพื่อนเขาโรงเรียนเขาอยู่เชียงใหม่ทำไมหม่าม๊าต้องพาเขาออกมาจากตรงนั้นก็บอกเขาว่า เห็นไหมบ้านรอยร้าวเต็มไปหมดเลยลูก บ้านจะพังแล้วเราต้องซ้อมบ้านเขาก็บอกแล้วป๊ะป๊าล่ะ ทำไมป๊ะป๊าไม่มาด้วย ก็บอกอ่อป๊ะป๊าอยู่ซ่อมบ้านกับเจ่เจ้นะดิสนีย์ไปอยู่กับหม่าม๊ากับอากงที่กรุงเทพฯ ซึ่งเขาก็ค่อนข้างเข้าใจ (ให้น้องรู้แค่นี้ไปก่อน?) ใช่ค่ะ เพราะเขาก็ยังเด็กอยู่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกมาก”

เขามีบอกไหมว่าอยากเจอพ่อเขา?

“จริงๆ ดิสนีย์เขาติดอุ้มอยู่แล้วค่ะ เพราะว่าอุ้มนอนกับเขามาตลอดเลี้ยงเขามาตลอดเขาเลยไม่ได้พูดถึงอะไรเยอะ”

การที่ต้องแยกทางกันเราเป็นห่วงลูกในอนาคตไหม?

“เอาจริงๆ ตอนแรกเป็นห่วงมากว่าเขาจะมีปัญหาไหมแต่พอสุดท้ายแล้วเราได้พูดได้คุยได้บอกเขาอธิบายให้เขาฟังจริงๆ เด็กเขาค่อนข้างเข้าใจและโตมากๆ คือเขาได้เห็นโมเมนต์ที่อุ้มทุกข์ร้องไห้เศร้าเขาก็ใจไม่ดีแต่พอวันที่อุ้มเข้มแข็งไม่ร้องไห้แล้วและมีพลังในการที่จะดูแลเขาได้เหมือนเดิมเขาก็มีความสุขเหมือนเด็กได้พลังที่เราส่งไปให้เขามันมีผลต่อเด็กมาก ถ้าพ่อแม่มานั่งทะเลาะต่อหน้าลูกจะดีไหม เสียงดัง ด่ากันต่อหน้าลูกให้ลูกเห็นลูกไม่มีความสุขแน่นอน ลูกก็จะอยู่ในสิ่งท็อกซิกและผลกระทบจะตกถึงลูกแต่ถ้าวันนี้เราเป็นพี่น้องกันเราเป็นเพื่อนเป็นแค่พ่อกับแม่ให้ลูกกลายเป็นว่าบรรยากาศในบ้านมันก็ไม่ตึงเครียดแล้วลูกเขาก็แฮปปี้เขาก็จะได้พลังดีๆ ในการใช้ชีวิตของเขา (ยิ้ม)”

ตั้งแต่ย้ายกลับมากรุงเทพฯ เขาได้มาหาลูกบ้างไหม?

“ยังค่ะ แต่ว่าเขาจะมาตอนดีสนีย์จะเปิดเทอม เขาจะมาส่งดีสนีย์เข้าโรงเรียนด้วย ก็มีการคุยกันว่าถ้าเขาอยากจะมาหาลูกบ้าง ช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ อุ้มก็ไม่ได้กีดกันไม่ให้มา ไม่ให้เจอ ดูตามวาระความเหมาะสม ถ้าเราว่างเราพาลูกไปเจอเขาได้ เขาก็ซื้อคอนโดที่กรุงเทพ เพื่อเวลามาหาลูก ลูกจะได้ไปอยู่กับเขาบ้าง”

เราสามารถเจอเขาได้ คุยกันได้ไหม?

“เจอได้ ตอนที่อยู่เชียงใหม่ก็อยู่บ้านหลังเดียวกัน อยู่ด้วยกันในระหว่างที่มีปัญหาที่เราเลิกรากัน แต่เราแยกส่วนกัน เขาอยู่อีกหลัง อุ้มอยู่อีกหลัง”

ณ วันนี้ให้อภัยเขาหรือยัง?

“ทุกอย่างต้องใช้เวลาค่ะ (มูฟออนแล้วแน่นอน?) ที่แน่ๆ ก็คือมูฟออนค่ะ”

ตอนนี้มีคนมาเสนอบ้านใหม่หรือยัง?

“ไม่มีเลย ไม่มีเลย (ยิ้ม) (แฟนๆ บอกว่า บ้านที่ดีคือบ้านใหม่?) บ้านที่ดีคือบ้านใหม่ ก็อยากจะมีแต่ยังไม่มี ยังไม่ได้เปิดใจ อุ้มยังไม่ได้เข้มแข็ง ยังไม่แข็งแรงพอจะมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่ รู้สึกว่าเรายังไม่อยากเอาใครเข้ามาในความสัมพันธ์ตอนนี้ ในขณะที่เรายังไม่เข้มแข็งพอ มันจะทำให้ทุกอย่างมันไม่ราบรื่น มันจะไปได้ไม่สวย อุ้มไม่ได้โฟกัสเรื่องความรักเลยค่ะ โฟกัสแต่เรื่องลูก เรื่องงาน เรื่องขีวืดดีกว่าอนาคตต่อไปเป็นอย่างไรเพราะเราก็อายุมากขึ้นทุกวัน ถ้ามัวนั่งคิดเสียอดีต ทำไมอย่างนั้น อย่างนี้ เราจะไม่ได้เดินหน้า ตอนนี้ต้องเดินหน้า ต้องทำงาน ต้องหาเงิน ต้องเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด และมีความสุขที่สุด ส่วนตัวก็ต้องสวยที่สุด แซ่บที่สุด”

แอบกลัวไหม เราเคยทุ่มสุดตัวแล้วจะทำให้กลัวการเริ่มต้นใหม่? คำพูดจาก เว็บสล็อต777

“ไอ้เรามันก็คนคลั่งรักซะด้วย เราก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนคลั่งรัก แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาต่อไปนี้ก็จะไม่คลั่งรักแล้วค่ะ ต้องมีสติ เราเอาลูกเป็นหลักถ้าจะมีใครสักคนเข้ามาคนๆ นั้นต้องรักลูกเรา และลูกเราต้องรักเขา และดีสนีย์บอก มะม๊า ดีสนีย์ของโอปป้านะ เขาชอบเกาหลีเพราะอุ้มดูซีรีส์เกาหลีเขาก็จะบอกว่าเอาแบบคังโฮได้ไหม คือสายเกาก็โอเค แต่คนเชียร์ไปสายฝอเยอะ อยากรู้ว่าหาที่ไหนคะ ต้องหาที่ไหนกัน”

คนที่จะเข้ามาต้องเป็นแบบไหน?

“ด้วยความที่อายุแม่ก็ขนาดนี้แล้ว ก็คิดไม่ออกเลยจะกินเด็กจะยังไง (หัวเราะ) เด็กเขาว่าเรามีลูกแล้วไหม เอาจริงก็ยังคิดไม่ออกเลย แต่ต่อไปนี้ขอให้เจอคู่บุญคู่บารมี ถามว่ามูไหม ก็ไม่ได้มูเรื่องความรักเลย ขอคู่บุญบารมี ขอหมดเวรหมดกรรมกับคู่เวรคู่กรรมแค่นั้น (ไม่ได้สาปใช่ไหม?) ไม่ได้สาป เราสายบุญไง แต่เราไม่ได้ I told พระแม่ลักษมีนะ แต่ที่บูชาที่บ้านเลย มีหลายองค์ เกือบร้อยองค์ค่ะ ตอนนี้ก็กลับมารับงานแล้วนะคะ ก็มีติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ เราก็อยากทำงาน แต่ต้องดูเรื่องเวลาด้วย ลูกเราก็ลี้ยงเขามาตลอด เราเองก็คิดเยอะ กลัวเขาน้อยใจ เสียใจ เรื่องว่าเราไม่มีเวลาให้ไหม ก็ต้องบอกเขาว่าแม่จะไปทำงาน ก็มีงอแงบ้างตามประสา ไม่แน่นะอาจจะผลักดันลูกเข้าวงการเลย (ยิ้ม)”

คลัง เผย ต้องลงทะเบียน – ยืนยันตัวตน รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท | โชว์ข่าวเช้านี้ | 11 ต.ค.66

เทศกาลกินเจ 2566 เริ่มวันไหน มีข้อปฏิบัติและข้อห้ามอย่างไร?

ทำไมต้อง “ล้างท้องก่อนกินเจ” เปิดข้อปฏิบัติ ต้อนรับเทศกาลกินเจ 2566

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous Article
Next Article

Tags